ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยตอบกลับ แบบสะใจ !! “เรากังวลในเรื่องการค้ามนุษย์และแรงงานเด็กพวกเรายังมีความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับ
    การหลอกลวงทางออนไลน์ (กัมพูชา)” ทำให้บางส่วนต้องมีการจำกัดและเพิ่มการเข้มงวดในเขตชายแดน
    .
    ตอบกลับ กัมพูชา แบบสะท้าน !! ที่กล่าวหาไทยใน เรื่องการ ผลักดันแรงงานเขมรกลับประเทศและโยงถึงการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพแรงงานเขมร(เหยียดเชื้อชาติ)
    .
    ✅ ผู้นำเสนอ โดย Thailand, Ms. Usana Berananda

    อ้างอิง
    https://webtv.un.org/en/asset/k12/k12m828v84

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/v/1D8fBhJNWA/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 3.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.9 MB
      เปิดดู:
      67
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟองสบู่หรือยุคทอง AI เมื่อคนไต้หวันเริ่มกู้เงินไล่ซื้อหุ้น และเชื่อว่าซื้ออะไรก็กำไร

    หากมีประเทศไหนที่กำลังสะท้อนกระแสคลั่งไคล้ AI ได้ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ ประเทศนั้นอาจไม่ใช่สหรัฐฯ หรือจีน แต่เป็นไต้หวัน ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการผลิตชิปขั้นสูงของโลก

    ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งปี ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวขึ้นมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ จนมีมูลค่าตลาดแซงหน้าสหราชอาณาจักร แคนาดา และอินเดีย กลายเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับห้าของโลก

    บรรยากาศการลงทุนร้อนแรงจนเกิดปรากฏการณ์ที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งวัยรุ่นที่รีบเปิดบัญชีหุ้น ปริมาณการซื้อขายที่สูงจนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์บางแห่งล่ม รวมถึงนักลงทุนจำนวนมากที่เริ่มกู้เงินมาซื้อหุ้น เพราะเชื่อว่าตลาดยังไปต่อได้อีกไกล

    ## เมื่อคนตกงานยังกล้ากู้เงินมาซื้อหุ้น

    หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนไต้หวันได้ดีที่สุดคือ Andy Cheng ชายวัย 26 ปีที่ปัจจุบันไม่มีงานประจำ แต่ถือหุ้นเทคโนโลยีไต้หวันมูลค่าประมาณ 60,000 ดอลลาร์ โดยใช้เงินกู้เข้ามาช่วยลงทุน

    คำแนะนำของเขาต่อนักลงทุนคนอื่นเรียบง่ายมาก

    “ซื้อหุ้นอะไรก็ได้ แล้วคุณจะทำเงินได้”

    แม้หลายคนจะมองว่าคำพูดลักษณะนี้เป็นสัญญาณของภาวะฟองสบู่ แต่ Cheng เชื่อว่าสถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากยุคฟองสบู่ดอตคอมในช่วงปลายทศวรรษ 1990

    เขาศึกษาประวัติศาสตร์การลงทุนมาแล้ว และมองว่าการขึ้นรอบนี้มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจริง

    “ครั้งนี้มีของจริงอยู่เบื้องหลัง”

    ## เหตุผลที่นักลงทุนเชื่อว่ารอบนี้ไม่เหมือนดอตคอม

    สิ่งที่ทำให้นักลงทุนไต้หวันจำนวนมากมั่นใจ คือบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมชิป

    ไต้หวันเป็นที่ตั้งของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC รวมถึงเครือข่ายผู้ผลิตชิปอีกจำนวนมาก

    บริษัทเหล่านี้ร่วมกันผลิตชิปขั้นสูงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของโลก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และโดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล AI ที่กำลังถูกสร้างขึ้นทั่วโลก

    ในมุมมองของนักลงทุนสายกระทิง การเติบโตของ AI ไม่ใช่เพียงความฝันเหมือนยุคอินเทอร์เน็ตยุคแรก แต่เป็นการลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นจริง มีลูกค้าจริง และมีความต้องการชิปจริง

    อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่กังวลเตือนว่า หากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ชะลอตัวลงในอนาคต ความต้องการชิปก็อาจลดลงตามไปด้วย

    ## เงินกู้กำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงของตลาดหุ้น

    สิ่งที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มกังวล ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง แต่เป็นวิธีที่นักลงทุนใช้ในการเข้ามาเก็งกำไร

    ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดหนี้เพื่อซื้อหุ้นหรือ Margin Debt ซึ่งหมายถึงการกู้เงินจากโบรกเกอร์มาใช้ลงทุน เพิ่มขึ้นถึง 160 เปอร์เซ็นต์

    ระดับดังกล่าวเข้าใกล้จุดสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นก่อนตลาดหุ้นพังในปี 2000

    ที่น่าสนใจคือ ก่อนฟองสบู่ดอตคอมแตก ยอดหนี้ลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนสุดท้ายเท่านั้น

    แม้แต่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของกระแส AI ในเอเชีย ก็มีการเพิ่มขึ้นของหนี้เพื่อซื้อหุ้นเพียง 94 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังต่ำกว่าไต้หวันอย่างชัดเจน

    นักลงทุนจำนวนมากที่ไม่เคยกู้เงินมาลงทุนมาก่อน ก็กำลังเริ่มทำเช่นนั้น

    ## FOMO กำลังผลักให้คนธรรมดาเป็นหนี้เพื่อไล่ตามตลาด

    Ada Hung อินฟลูเอนเซอร์ด้านหุ้นวัย 39 ปี ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบครึ่งล้านคนในโซเชียลมีเดีย เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง

    เธอยอมรับว่าในอดีตไม่เคยต้องการเป็นหนี้เพื่อนำเงินมาลงทุน

    แต่เมื่อเห็นตลาดพุ่งขึ้นทุกวัน และเห็นเพื่อนรอบตัวทำกำไรได้มากกว่าเธอ ความรู้สึก FOMO หรือ Fear of Missing Out ซึ่งหมายถึงความกลัวว่าจะพลาดโอกาส กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ

    ในเดือนพฤษภาคม เธอตัดสินใจกู้เงิน 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่เพื่อนำมาลงทุน

    เธอมองว่าการไล่ตามโอกาสยังดีกว่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป

    ## โบรกเกอร์เองก็ต้องกู้เงินมาให้ลูกค้ากู้ต่อ

    ความต้องการกู้เงินของนักลงทุนสูงมากจนโบรกเกอร์หลายแห่งเริ่มมีปัญหาด้านเงินทุน

    เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์ในไต้หวันได้ออกตราสารหนี้รวมเกือบ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้

    ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าปริมาณที่ระดมทุนได้ตลอดทั้งปี 2025 มากกว่าเจ็ดเท่า

    บางบริษัทเริ่มหันไปพึ่งตลาดสินเชื่อร่วม หรือ Syndicated Loan ซึ่งเป็นการปล่อยกู้โดยสถาบันการเงินหลายแห่งร่วมกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

    ## สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏขึ้นแล้ว

    แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้น แต่ร่องรอยความเสี่ยงเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ

    ยอดการผิดนัดชำระหนี้จากการซื้อขายหุ้นในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า จนทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน

    นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่มีการเปิดเผยข้อมูลในปี 2019

    Dachrahn Wu ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันตอนกลาง มองว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไปอย่างชัดเจน

    เขากังวลว่าหากเกิดแรงขายครั้งใหญ่ นักลงทุนรุ่นใหม่ที่มองหุ้นเป็นเครื่องจักรผลิตเงินอย่างง่ายดาย อาจเผชิญความเสียหายรุนแรง

    เขาจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและลดความร้อนแรงของตลาดก่อนที่จะสายเกินไป

    ## หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มจับตาใกล้ชิด

    ด้านหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของไต้หวันระบุว่า กำลังติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

    ข้อมูลล่าสุดพบว่าโบรกเกอร์ทั้ง 34 แห่งที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อการลงทุนยังไม่เกินข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

    นอกจากนี้ แม้ยอดผิดนัดชำระจะเพิ่มขึ้น แต่ยังคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.002 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทเริ่มดำเนินมาตรการป้องกันความเสี่ยงแล้ว

    บางแห่งลดอัตราการให้กู้

    บางแห่งระงับการขอสินเชื่อผ่านระบบออนไลน์

    บางแห่งปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

    และบางแห่งเริ่มทดสอบสถานการณ์จำลอง หากตลาดหุ้นร่วงลง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ จะส่งผลกระทบต่อพอร์ตสินเชื่อมากแค่ไหน

    ## หาก AI สะดุด ผลกระทบอาจลามไปทั้งเศรษฐกิจ

    Alicia Garcia Herrero หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของธนาคาร Natixis เตือนว่า หากกระแส AI ชะลอตัวลง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดหุ้น

    โบรกเกอร์อาจเผชิญแรงกดดัน

    การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนอาจลดลง

    และเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบผ่านภาคการส่งออก

    เนื่องจากไต้หวันพึ่งพาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและชิปอย่างมาก

    ## แต่ตลาดยังเชื่อว่าขาขึ้นยังไม่จบ

    ถึงแม้จะมีเสียงเตือนเรื่องฟองสบู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จากธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ยังคงคาดว่าตลาดหุ้นไต้หวันจะปรับตัวขึ้นต่อ

    แม้แต่ Goldman Sachs ก็ยังให้มุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา

    นักลงทุนจำนวนมากจึงยังไม่กังวลกับความเสี่ยงระยะสั้น

    Albert Chen นักศึกษากฎหมายวัย 25 ปี มองว่าพื้นฐานของตลาดยังแข็งแกร่งมาก เพราะหุ้นเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไต้หวัน คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งหมด และมีน้ำหนักประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ในดัชนีตลาดหุ้นหลัก

    สำหรับเขา ต่อให้ตลาดปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน ก็ยังไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

    เพราะสิ่งที่หนุนตลาดอยู่เบื้องหลังยังคงแข็งแรง

    ## สิ่งที่นักลงทุนควรเรียนรู้จากเรื่องนี้

    เรื่องราวของไต้หวันสะท้อนภาพที่น่าสนใจของวัฏจักรการลงทุน

    ด้านหนึ่ง AI เป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานจริง และไต้หวันก็เป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก

    แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อผู้คนเริ่มเชื่อว่าหุ้นทุกตัวสามารถทำกำไรได้ และเริ่มกู้เงินจำนวนมากเพื่อไล่ตามผลตอบแทน นั่นมักเป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรเฝ้าระวัง

    เพราะไม่ว่ากระแส AI จะยิ่งใหญ่แค่ไหน ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเร็วเกินไปและการก่อหนี้จำนวนมากก็สามารถเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดได้เสมอ

    ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นเคยแสดงให้เห็นหลายครั้งว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกสามารถเป็นของจริงได้ แต่ราคาหุ้นก็ยังสามารถปรับตัวลงอย่างรุนแรงได้เช่นกัน หากความคาดหวังของนักลงทุนวิ่งนำหน้าความเป็นจริงมากเกินไป
    https://www.facebook.com/share/p/1QFKNAreKQ/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "นายกฯอนุทิน" เดือด สั่ง มท.หาวิธียกเลิกผลสอบ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
    แม้บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ไม่ต้องกลัวถูกฟ้อง
    ลั่นไม่ขอปล่อยผ่านการทุจริต จี้ไปไล่บี้กันเอง BTimes

    Jun 24, 2026 นายกฯเดือด! "นายกฯอนุทิน"สั่ง มท.หาวิธียกเลิกผลสอบ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น แม้บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ไม่ต้องกลัวถูกฟ้อง ลั่นไม่ขอปล่อยผ่านการทุจริต จี้ไปไล่บี้กันเอง

    จากกรณีการทุจริต การสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า อาทิ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

    โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าวันนี้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ปปท ฝ่ายปกครอง ป.ป.ช. มาร่วมประชุมเพื่อขอรับฟังถึงที่มาที่ไป และสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเป็นการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สิน ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วเพื่อประโยชน์ของการกระทำความผิดในการทุจริตนี้ นอกจากนี้จะมีเรื่องของการลงโทษ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องไม่จบที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว ซึ่งอาจจะมีเหนือขึ้นไปกว่านั้น จะต้องมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนแนวทาง แผนงานที่จะต้องดำเนินการต่อไปและการสอบในครั้งนี้หากมีความชัดเจน ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องมีการยกเลิก แม้ว่าจะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว จะต้องหาวิธีการยกเลิก ในเมื่อที่มาเป็นผลไม้พิษ หรือมีที่มาที่ไม่ถูกต้อง ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการ ใครเดือดร้อนก็ไปไล่บี้กันเอาเอง จะมาใช้หลักบรรจุไปแล้ว แต่ที่มาของการสอบนั้นผิดกฎหมาย ก็จะต้องมีการยกเลิก เรื่องนี้ไม่ต้องกลัวใครจะมาฟ้อง เพราะหากดำเนินการสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อย มีคำพิพากษาและมีหลักฐานยืนยันว่ามีความผิด คนที่มาจากกลไกนี้ ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ซึ่งต้องเล่นแบบนี้ ตนจะไม่รับ หากมีใครเสนอขึ้นมาว่ามันผ่านไปแล้ว แล้วให้มันผ่านไป แบบนี้ไม่ได้ เพราะมาจากการกระทำที่ทุจริต
    (มีต่อ)

    (ต่อ)นายกรัฐมนตรียังชื่นชม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอชมเชยการทำงานของทุกหน่วยงาน ในการป้องกันปราบปรามที่ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเฉียบขาด และไม่มีข้อมูลรั่วไหล ซึ่งทำตาม MOU ที่ได้เซ็นไว้ก่อนหน้านี้ หลายหน่วยงานที่เราจะดำเนินการ ป้องกันและปราบปราม การทุจริตในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนได้มีโอกาสติดตามการปฏิบัติการ ผ่านทางสื่อมวลชน และการรายงานในระบบราชการ ซึ่งเห็นว่าตั้งแต่ระดับระดับรองผู้กำกับ ได้เข้าไปดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่หวาดหวั่นต่ออิทธิพล การกระทำเช่นนี้ หากเกี่ยวข้องหรือโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็น ส่วนกลาง ท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบว่ามีข้าราชการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการ ผู้ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหา ว่าได้กระทำความผิด ไม่ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุดกระทรวงมหาดไทยเข้าใจดี ซึ่งขอให้พวกเราทุกคนได้ช่วยกัน เรื่องนี้เป็นเหตุอุกอาจ และจะทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ถ้าเราให้ข้าราชการที่จะมาปกครองประเทศ มาบริหารประเทศเริ่มจากการที่ทุจริตตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดีกลับไม่ได้ เพราะมีคนพวกนี้เข้ามาแทรก และที่ชั่วกว่านั้น คือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้เกิดกระบวนการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องป้องกัน ปราบปรามและดำเนินคดี ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

    #นายกฯ #ทุจริตข้าราชการ #สอบบรรจุข้าราชการ #ข้าราชการท้องถิ่น #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1LmB39Q93u/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ผิดคาด กนง. มีมติเอกฉันท์ ตรึงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อเนื่อง
    ปรับเป้าจีดีพีปี 69 โต 2.3% BTimes

    Jun 24, 2026 ตามคาด ! คณะกรรมการ กนง. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวที่ 2.3% ปี 2570 โต 1.8%

    ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ต่อปี ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่อัตราการเติบโตอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่คาดว่าจะลดลงหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย สำหรับสินเชื่อโดยรวมขยายตัวต่ำ โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง

    ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง อย่างไรก็ดี คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่ต้องติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป

    กนง.ยังได้ประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 ว่าจะขยายตัวที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับ จากแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น

    ส่วนผลกระทบของสงครามต่อภาคการผลิตและภาคท่องเที่ยวมีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวได้ดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดย SMEs ปรับตัวได้จำกัดและยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง

    คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม เฉลี่ยที่ 2.8% และ 1.4% ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุน ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อน

    ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2569 และ 2570 ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% และ 1.4% ตามลำดับ ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย แม้สถานการณ์สงครามมีแนวโน้มปรับดีขึ้น แต่ต้องติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการ

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐปรับอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ ด้านอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมทรงตัว สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำและมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง ขณะที่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า

    #กนง. #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #แบงก์ชาติ #เศรษฐกิจ #เงินบาท #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1DCsSrf1gL/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【วิเคราะห์จีน】 "ยุคเงินฝืด! อะไรน่าลงทุน?" — โตรอนโต้ ฟางเหลียน ส่องบทเรียน 30 ปีของญี่ปุ่น ชี้ "ทางรอด" ของคนจีนรุ่นใหม่ในยุคเศรษฐกิจถดถอย


    นับตั้งแต่เศรษฐกิจจีนเข้าสู่ภาวะถดถอย ราคาบ้านดิ่งลงไม่หยุด หุ้นก็ไม่ขึ้น คนรุ่นเก่ายังทันได้กินส่วนต่างจากยุคอสังหาฯ ขาขึ้น แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ดูเหมือน "เงินปันผลแห่งยุคสมัย" จะหมดสิ้นไปแล้ว คำถามคือ ถ้าเศรษฐกิจจีนถดถอยต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ยังมีอะไรเหลือให้ลงทุนอีกหรือไม่ และถ้าต้องเลือกระหว่างหุ้น อสังหาฯ และทองคำ อะไรคือ "คำตอบที่ดีที่สุด" ของยุคถดถอย


    นี่คือคำถามที่ "โตรอนโต้ ฟางเหลียน" (多伦多方脸) ยูทูบเบอร์สายวิเคราะห์เศรษฐกิจ-การเมืองจีนที่ตั้งฐานอยู่ในแคนาดา หยิบมาเป็นแกนของคลิปล่าสุดความยาวกว่า 22 นาที โดยใช้ "30 ปีที่หายไปของญี่ปุ่น" เป็นกระจกส่องอนาคตของจีน


    จีนคือ "ญี่ปุ่นฉบับยากจน" ที่มาช้ากว่า 30 ปี


    ฟางเหลียนตั้งสมมติฐานหลักว่า ฟองสบู่ญี่ปุ่นแตกในปี 1989 แล้วเข้าสู่ภาวะเงินฝืดยาวนาน ส่วนฟองสบู่จีนแตกในปี 2019 และกำลังเข้าสู่เงินฝืดเช่นกัน เขาสรุปสั้น ๆ ว่า "จีนก็คือญี่ปุ่นฉบับวัยรุ่นยากจน ที่มาช้ากว่ากันพอดี 30 ปี"


    เขาชวนคิดด้วยคำถามคลาสสิก: ถ้าย้อนเวลากลับไปปักกิ่งเมื่อ 20 ปีก่อน เราคงรู้ว่าต้องไปซื้อบ้าน ซื้อบิตคอยน์ แต่ถ้าย้อนกลับไป "โตเกียวปี 1989" ตอนฟองสบู่กำลังจะแตก เราควรซื้ออะไร?


    บทเรียนปี 1989: หุ้นต่างประเทศ > ทองคำ > หุ้นญี่ปุ่น > อสังหาฯ


    ตามชุดข้อมูลที่ฟางเหลียนนำเสนอ หากในปี 1989 เอาเงิน 100 เยนไปลงในสินทรัพย์ต่างชนิดกัน ผลลัพธ์จนถึงปัจจุบันต่างกันราวฟ้ากับเหว


    เงิน 100 เยนที่ลงในที่อยู่อาศัย วันนี้เหลือราว 56 เยน ลงในอสังหาฯ เชิงพาณิชย์เหลือเพียง 26 เยน — และนี่คือตัวเลขของหกมหานครหลักของญี่ปุ่น ถ้าเป็นพื้นที่นอกเขตเมืองใหญ่ แทบจะเป็นศูนย์ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นดีขึ้นมาหน่อย แต่คนที่ถือหุ้นมาตั้งแต่ปี 1989 ต้องรอจนถึงปี 2024 กว่าดัชนีนิเคอิ 225 จะกลับมายืนเหนือจุดสูงสุดเดิมได้ เท่ากับ "ขาดทุน" ยาวนานราว 35 ปี ซึ่งหลายคนที่ลงทุนในปีนั้นอาจไม่มีชีวิตอยู่จนได้เห็นวันนี้ด้วยซ้ำ ฟางเหลียนยังตั้งข้อสังเกตว่า กำไรของนิเคอิส่วนใหญ่เพิ่งมาเกิดในช่วงคลื่น AI ปัจจุบัน — ดัชนีพุ่งขึ้นเท่าตัวในเวลาเพียงปีเศษ จนการขึ้นในเดือนเดียวอาจมากกว่าผลสะสมของ 35 ปีก่อนหน้ารวมกัน


    สวนทางกันคือ ทองคำและหุ้นต่างประเทศ เงิน 100 เยนที่ซื้อทองในปี 1989 ได้ผลตอบแทนราว 13 เท่า ส่วนการลงในดัชนี S&P 500 (ไม่รวมปันผล) ได้ราว 23.5 เท่า และหากนำปันผลกลับมาลงทุนซ้ำแบบทบต้นตลอดทาง จะได้ราว 50 เท่า บทสรุปของฟางเหลียนจึงเป็นลำดับชัดเจน: หุ้นต่างประเทศ > ทองคำ > หุ้นญี่ปุ่น > อสังหาริมทรัพย์ และเขาเชื่อว่าตรรกะเดียวกันนี้ใช้ได้กับจีนในปี 2026 ด้วย


    อสังหาริมทรัพย์ — สินทรัพย์ที่ "แย่ที่สุด" ไม่มีทั้งของถูก ไม่มีทั้งความจำเป็น


    ฟางเหลียนย้ำว่า อสังหาฯ ไม่เพียง "ไม่ควรซื้อ" แต่ยัง "ไม่มีค่าให้ช้อนซื้อตอนราคาตก" และไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ความต้องการที่จำเป็น" (刚需) อยู่จริง เขาโต้แย้งคนที่บอกว่า "ปี 2026 ของจีนควรเทียบกับปี 1996 ของญี่ปุ่นที่ฟองสบู่แตกไปพักใหญ่แล้ว ตอนนี้เข้าซื้อก็ไม่ใช่จุดสูงสุดแล้ว คุ้มแล้ว" ด้วยการไล่เรียงข้อมูลญี่ปุ่นทุก ๆ 5 ปีนับจากปี 1989 พบว่า เฉพาะคนที่เริ่มซื้อบ้านตั้งแต่ปี 1999 เท่านั้นที่ไม่ขาดทุน และต้องรอถึงราวปี 2009 จึงจะได้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงพอควร


    ถ้าเส้นเวลาจีนขนานกับญี่ปุ่นจริง เขาประเมินว่า คนจีนต้องรอถึงปี 2029 ซื้อบ้านจึงจะไม่ขาดทุน และต้องถึงปี 2039 จึงจะได้ผลตอบแทนบวกที่สูงพอ — แต่กระนั้นก็ยัง "สู้การเอาเงินไปลงสินทรัพย์อื่นไม่ได้อยู่ดี" เขายกตัวอย่างคนที่เริ่มซื้อบ้านในญี่ปุ่นปี 2009 (ช้อนซื้อตอนใกล้ก้นเหว) ลงทุน 17 ปี ได้ผลตอบแทนเพียง 1.4–1.79 เท่า ขณะที่นิเคอิให้ 6.58 เท่า ทองคำ 7.99 เท่า และ S&P ราว 11.61 เท่า สรุปคือ "แม้ช้อนถูกก้นเหวเป๊ะ ก็ยังแพ้หุ้นและทอง"


    ฟางเหลียนชี้สาเหตุที่อสังหาฯ ฟื้นช้าและแย่ที่สุดว่า มาจากดีมานด์ที่หดตัว (อัตราการเกิดร่วงและการขยายตัวของเมืองถึงเพดาน) บวกกับธรรมชาติของอสังหาฯ ที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่และพึ่งหนี้สูง ต่างจากหุ้นที่ "นึกอยากลงทุนตอนเช้า บ่ายก็กดซื้อได้เลย" ในยุคเงินฝืดที่เกิด "ภาวะถดถอยของงบดุล" (balance sheet recession) คือคนและบริษัทไม่อยากกู้ ไม่อยากก่อหนี้ อสังหาฯ ซึ่งพึ่งการกู้สูงจึงยิ่งฟื้นยากเป็นพิเศษ


    ทำไมจีนถึง "แย่กว่า" ญี่ปุ่นแทบทุกด้าน


    ฟางเหลียนเปรียบเทียบว่า สถานการณ์จีนคล้ายญี่ปุ่น แต่ "แย่กว่า" ในเกือบทุกตัวชี้วัด ด้านประชากร อัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ของจีนปัจจุบันที่เขาระบุว่าราว 0.97 ต่ำกว่าญี่ปุ่นยุค 1990 (ราว 1.54) อย่างมาก ด้านการขยายตัวของเมือง จีนอยู่ที่ราว 68% ดูเหมือนยังมีช่องให้โต แต่เขาชี้ว่าอัตรานี้ผูกกับ GDP ต่อหัวอย่างใกล้ชิด ในกลุ่มประเทศที่ GDP ต่อหัวระดับหมื่นเหรียญ จีนถือว่าขยายเมืองไปไกลมากแล้ว ช่องทางโตจึงเล็กกว่าญี่ปุ่น ขณะที่ระดับการก่อหนี้ภาคเอกชนของจีนหดตัวเร็วกว่า โดยเขาอ้างว่าหดเหลือราว 20% ของช่วงพีค และที่สำคัญ ระบบสวัสดิการจีนแย่กว่าญี่ปุ่นชัดเจน คนจีนจึงต้อง "เก็บเงินมากขึ้น กู้น้อยลง" เพื่อเลี้ยงตัวยามแก่ ทำให้แรงกู้ซื้อบ้านยิ่งอ่อนแอ


    หุ้นจีน — ตลาดที่พรรคคอมมิวนิสต์ "กุมบังเหียน"


    ฟางเหลียนมองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใช้อ้างอิงกับจีนได้น้อย เหตุผลแรกคือ หุ้นญี่ปุ่นมีฟองสบู่ที่แตกในปี 1989 แต่หุ้นจีนในปี 2019 ไม่ได้แตก เพราะมันนิ่งอยู่ที่ราว 3,000 จุดมานานหลายปี "ไม่เคยขึ้น" จึงไม่มีฟองสบู่ให้แตกตั้งแต่แรก เหตุผลที่สองและสำคัญกว่าคือ ตลาดหุ้นจีนไม่ใช่ตลาดเสรี แต่เป็น "เครื่องมือที่พรรคควบคุมสูง"


    เขายกตัวอย่างว่า การที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ขยับจากราว 3,000 ขึ้นมาแถว 4,000 จุดในช่วงสองปีนี้ ไม่ได้มาจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่มาจากแพ็กเกจนโยบายของพรรคในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2024 ที่ธนาคารกลาง โปลิตบูโร NDRC และกระทรวงการคลัง ผลัดกันออกมาประกาศหนุนตลาดหุ้น ตามด้วยมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมในปี 2025 และอานิสงส์จากการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ


    ฟางเหลียนเชื่อมโยงไปถึงแรงจูงใจของ สีจิ้นผิง (习近平) ว่า เมื่อคนจีนเลิกทุ่มเงินเข้าอสังหาฯ รัฐบาลท้องถิ่นก็ขาดเงิน สีจึงดัน "ตลาดหุ้น" ขึ้นมาเป็นช่องดูดเงินจากมือประชาชนเข้าสู่ภาคการผลิตที่เขาให้ความสำคัญ — เขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการให้ประชาชน "เข้าไปรับของแทนชาติ" (为国接盘) บทสรุปของเขาคือ การทำนายทิศทางหุ้นจีน แท้จริงคือการทำนายใจสีจิ้นผิงและพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งไม่มีใครทำนายได้ แม้แต่ตัวสีเองวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะคิดอย่างไร และเขาทิ้งท้ายว่า "ตลาดที่มองคนเป็นแค่วัสดุสิ้นเปลือง ไม่ใช่ตลาดที่ควรค่าแก่การลงทุน คุณอาจได้กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระยะสั้น แต่สุดท้ายก็ยากจะหนีพ้นการเป็นเชื้อเพลิงให้รายใหญ่"


    ทางออกเดียวที่เขาเสนอ: ลงทุนต่างประเทศ + กลยุทธ์ "คุณนายวาตานาเบะ"


    หลังปัดตกทั้งอสังหาฯ และหุ้นในประเทศ ฟางเหลียนชี้ว่าช่องทางที่ "ลงทุนได้จริง" คือการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ และให้ลงทุนด้วยเงินกู้ เขาเรียกสิ่งนี้ว่า "เงินปันผลแห่งยุคเงินฝืด" ที่ชาวญี่ปุ่นทั่วไปใช้เป็นทางรอดมาแล้ว นับแต่ฟองสบู่แตกในทศวรรษ 1990 ญี่ปุ่นเดินหน้าซื้อสินทรัพย์นอกประเทศมหาศาล จนทุกวันนี้มีสินทรัพย์สุทธิในต่างประเทศสูงระดับ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ และรายได้จากการลงทุนนอกประเทศสร้างความมั่งคั่งกลับเข้าญี่ปุ่นปีละมหาศาล เขาเน้นความต่างสำคัญว่า สินทรัพย์ต่างประเทศของญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็น "การลงทุนของประชาชน" ขณะที่ของจีนส่วนใหญ่เป็น "ทุนสำรองเงินตราของรัฐ"


    หัวใจของกลยุทธ์คือ "การกู้ยืมเก็งกำไรค่าเงินเยน" (yen carry trade): เงินฝืดทำให้ดอกเบี้ยต่ำมาก คนญี่ปุ่นกู้เยนได้ในอัตราราว 2% หรือต่ำกว่า แล้วแลกเป็นเงินสกุลอื่นไปลงทุน บวกกับแนวโน้มเงินเยนอ่อนค่าระยะยาว ทำให้แม้จะมีดอกเบี้ย แต่ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนก็ยังทำให้ได้กำไร เขายกตัวอย่างสาย "ดุดัน" คือกู้เยนไปเล่นหุ้นสหรัฐฯ ทองคำ หรือหุ้นประเทศที่สาม และสาย "มั่นคง" คือกลุ่มที่นิตยสาร The Economist ขนานนามว่า "คุณนายวาตานาเบะ" (渡边太太) — แม่บ้านญี่ปุ่นที่กู้เงินดอกต่ำจากแบงก์ในประเทศ ไปฝากกินดอกในประเทศกำลังพัฒนาที่ดอกเบี้ยสูงอย่างจีน เกาหลีใต้ เม็กซิโก


    เขาจำลองว่า หากแม่บ้านญี่ปุ่นเริ่มกลยุทธ์นี้ในปี 2009 กู้เยนดอกเฉลี่ย 1.5% แลกเป็นหยวนไปฝากในจีนที่ดอกเฉลี่ย 6% บวกกับค่าเงินเยนที่อ่อนลงเทียบหยวน จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นราว 8.34% ต่อปี (และราว 9.84% หากไม่ต้องเสียดอกกู้) ฟางเหลียนสรุปว่า แก่นของทั้งหมดนี้คือ "การช็อต (ทุบ) ประเทศตัวเอง" และนั่นคือสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของคนญี่ปุ่นในยุคถดถอย เขาเชื่อว่าตรรกะเดียวกันใช้กับจีนได้ เพราะจีนก็เข้าสู่เงินฝืด ดอกเบี้ยระยะยาวจะต่ำ และหยวนมีแรงกดดันให้อ่อนค่า กลยุทธ์ที่ดีที่สุดของคนจีนตอนนี้จึงเป็น "การกู้เงินดอกต่ำไปลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศ" — โดยเขาแยกชัดว่า การกู้เพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย (carry) ต่างจากการเล่นมาร์จิ้น/เพิ่มเลเวอเรจในตลาด ซึ่งใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ใช่ข้อได้เปรียบเฉพาะของคนจีน


    อุปสรรคในจีน: ดอกเบี้ยยังไม่ต่ำพอ + ช่องทางถูกปิด


    ฟางเหลียนยอมรับว่ากลยุทธ์นี้ติดอุปสรรคสองข้อในจีนปี 2026 ข้อแรก เงินฝืดเพิ่งเริ่ม ดอกเบี้ยยังไม่ต่ำถึงระดับ 1–2% ที่จะกู้มาเก็งกำไรได้คุ้ม ข้อสอง รัฐเพิ่งปิดช่องทางลงทุนต่างประเทศของประชาชน หลังทางการเล่นงานโบรกเกอร์ ฟู่ทู (富途/Futu) และ ไทเกอร์ โบรกเกอร์ส (老虎证券/Tiger) ทำให้คนจีนแทบไม่เหลือช่องทางลงทุนนอกประเทศแบบปกติ


    เส้นทางที่เขาบอกว่า "พอเป็นไปได้" ในตอนนี้คือ ใช้แพลตฟอร์มคริปโตอย่าง ไบแนนซ์ (Binance) หรือ บิทเก็ต (Bitget) ซื้อหุ้นสหรัฐฯ ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี โดยเขาย้ำว่านี่ไม่ใช่โฆษณา แต่เป็นสิ่งที่ค้นมาให้ และเตือนว่าช่องทางคริปโตเองก็มีความเสี่ยงระยะยาว และอาจถูกปิดในอนาคตเช่นกัน เขาสรุปด้วยมุมมองทางการเมืองว่า "ในจีน การหาเงินคือการต้องสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ พรรคบอกอะไรให้ทำตรงข้ามไว้ก่อน — ตอนพรรคบอกบ้านมีไว้อยู่ไม่ใช่เก็งกำไร คุณควรซื้อบ้าน ตอนพรรคยกเลิกมาตรการคุมและอยากให้คุณซื้อบ้าน คุณควรขาย และตอนพรรคไม่อยากให้ซื้อหุ้นต่างประเทศ นั่นแหละคือเวลาที่ควรซื้อ"


    ข้อควรระวังที่ตัวฟางเหลียนเองเน้นย้ำ


    ฟางเหลียนปิดท้ายว่า ทั้งหมดนี้เป็น "กลยุทธ์มหภาคระยะยาว" ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขายระยะสั้น เพราะ carry trade ตั้งอยู่บนเงื่อนไขสองข้อ คือเงินอ่อนค่า "และ" ดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง แต่เงินเยนไม่ได้อ่อนตลอด มันเคยกลับมาแข็งค่าทำจุดสูงในปี 1995 และ 2011 ซึ่งทำให้กลยุทธ์แบบคุณนายวาตานาเบะขาดทุนชั่วคราวได้ เขาเทียบว่าจีนก็คล้ายกัน — แม้แนวโน้มระยะยาวหยวนจะอ่อน แต่ปี 2026 หยวนกลับแข็งค่าขึ้น ใครเริ่มกลยุทธ์นี้เมื่อปีก่อนปีนี้ก็อาจขาดทุน "เทรนด์มหภาคก็คือเทรนด์มหภาค แต่จะเข้าเมื่อไหร่ ซื้ออะไร ซื้อเท่าไหร่ ต้องดูจังหวะเอาเอง"

    อ่านต่อฉบับเต็ม :

    https://www.facebook.com/share/p/1D5kN1ozuL/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1DBX6sjb1q/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แนวโน้มการสมัครใจบอยคอตต์ของพลเมืองกัมพูชา ประกอบกับการปราบปรามเชิงรุกจัดการการหลีกเลี่ยงภาษีโดยเจ้าหน้าที่กัมพูชา กำลังผลักให้ภาคส่งออกของไทยเผชิญกับเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจบีบรัดอย่างรุนแรง ตามรายงานของสื่อมวลชนเขมรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    นอกจากนี้ในรายงานข่าวของเว็บไซต์ข่าวเคบีเอ็นนิวส์ของกัมพูชา ยังตั้งคำถามว่า สินค้าไทยกำลังจะหายไปจากตลาดกัมพูชาใช่หรือไม่ หลังจากสินค้าไทยได้เข้ามารุกและครองตลาดกัมพูชา มาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ

    เคบีเอ็นนิวส์อ้างรายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ชี้ว่าแม้ความจริงแล้วสินค้าไทยไม่อาจหายไปจากตลาดกัมพูชาโดยสิ้นเชิง แต่สินค้าไทยในกัมพูชาจะค่อยๆลดลงไปตามลำดับ และจะเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านการขายอย่างเป็นระบบ

    รายงานระบุว่าปัจจัยแห่งวิกฤตอันเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันเป็นผลลัพธ์จากนโยบายที่เข้มงวดและการคำนวณเชิงกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของรัฐบาลไทยเอง ซึ่งตัดสินใจปิดด่านชายแดนทางบกแต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อใช้เศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์กดขี่กัมพูชา

    สื่อมวลชนเขมรแห่งนี้อ้างว่าแรงกดดันหนักหน่วงได้ย้อนกลับไปทำร้ายไทยเอง เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาและภาคเอกชนประสบคามสำเร็จในการต่อสู้กลับด้วยการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนเส้นทางการนำเข้าไปยังคู่หูระหว่างประเทศรายใหม่ อย่างเช่น จีน เวียดนาม และลาว เพื่อทดแทนสินค้าไทย

    ในขณะเดียวกัน เคบีเอ็นนิวส์ อ้างว่าสินค้าไทยที่มีอยู่ ก็กำลังสูญเสียโอกาสในการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การรณรงค์บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดของทางการกัมพูชา โดยสินค้าไทยทุกประเภทของลักลอบผ่านด่านชายแดนทางบกที่ยังถูกปิดอยู่ จะถูกมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีและผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง

    ด้วยการการปราบปรามอย่างเข้มงวดต่อคลังสินค้าที่จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและสินค้าที่มีแหล่งที่มาไม่ชัดเจน ทำให้สินค้าไทยต้องเบี่ยงไปใช้เส้นทางน้ำหรือการขนส่งทางอากาศ เป็นเหตุให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น และผลลัพธ์ก็คือเกิดวิกฤตการขาย เนื่องจากมันมีราคาแพงเกินไป จากคำกล่าวอ้างของเคบีเอ็นนิวส์

    (ที่มา:เคบีเอ็นนิวส์)

    https://www.facebook.com/share/1a94LjdFzm/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนักกว่าที่คิด! “เพนตากอน” เตรียมของบเพิ่ม "80 พันล้านดอลลาร์” เป็นค่าใช้จ่ายทำ “สงครามอิหร่าน”
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์/เอพี – เพนตากอนเตรียมของบเพิ่ม 80 พันล้านดอลลาร์ในการทำสงครามอิหร่านจากรัฐสภาสหรัฐฯสำหรับค่ากระสุน ซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ และค่าปฎิบัติการ รวมอยู่ในงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯปี 2027 จำนวน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่เคยมีการเปิดเผยเมื่อเมษายนต้นปี
    .
    เยรูซาเลมโพสต์รายงานวานนี้(23 มิ.ย)ว่า รัฐมนตรีกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ และผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ สตีเฟน ไฟน์เบิร์ก (Stephen Feinberg) กำลังใช้ความพยายามเพื่อล็อบบี้สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯสำหรับงบในการทำสงครามกับอิหร่าน
    .
    เอพีรายงานในวันอังคาร(23)ว่า พบว่าเพนตากอนกำลังเตรียมของบเพิ่มอีก 80 พันล้านดอลลาร์จากสภาคองเกรสสหรัฐฯสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ท่ามกลางความนิยมในตัวผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ตก และอเมริกันชนกำลังเผชิญต่อแรงกดดันทางสภาพเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น
    .
    เอพีรายงานว่า เงินที่ขอเพิ่มเติมอีก 80 พันล้านดอลลาร์นี้รวมอยู่ในคำขอจากทำเนียบขาวที่ต้องการเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศในงบประมาณประจำปี 2027 ไปอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเป็นการเพิ่มเกือบ 50% ของระดับงบอุดหนุนในปัจจุบัน
    .
    ขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขงบการป้องกันประเทศของอิหร่านสำหรับงบประมาณประจำปี 2026 – ปี 2027
    .
    Wana News ของอิหร่านเคยรายงานเมื่อธันวาคมปีที่แล้วว่า งบประมาณการป้องกันประเทศและความมั่นคงอิหร่านตกอยู่ที่ 9.23 พันล้านดอลลาร์สำหรับประจำปี 2026 – ปี 2027 ท่ามกลางวิกฤตความตรึงเครียดที่เพิ่มในภูมิภาค งบถูกปรับสูงขึ้นถึง 145% จากปีก่อนหน้า โดยระบุว่ากระทรวงกลาโหมอิหร่านได้ 4.62 พันล้านดอลลาร์ กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิสลาม IRGC 1.88 พันล้านดอลลาร์ และกองทัพอิหร่าน 670 ล้านดอลลาร์เป็นต้น
    .
    เอพีรายงานว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่างบ 80 พันล้านดอลลาร์นี้ยังต่ำกว่าตัวเลขการประเมินครั้งแรกของเพนตากอนตกที่ 200 พันล้านดอลลาร์ก่อนที่สงครามจะเกิดขึ้น แต่ทว่ายังคงเกิน 29 พันล้านดอลลาร์ที่เฮกเซธได้ให้ไว้กับสภาคองเกรสสหรัฐฯในการขึ้นให้การเดือนที่แล้ว
    .
    เดอะฮิลล์ของสหรัฐฯรายงานว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯได้เปิดเผยต่อสว.สหรัฐฯเกี่ยวกับการของบประมาณเพิ่มสำหรับสงครามอิหร่าน 80 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยวอลสตรีทเจอร์นัลเป็นสื่อแรกที่ออกมารายงานในเรื่องนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯต่างมีความสงสัยในการทำข้อตกลงสันติภาพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
    .
    ซึ่งเฮกเซธ อ้างอิงจากสื่อยิวชี้ไปว่า ปฎิเสธที่จะตอบนักข่าวในเรื่องค่าใช้จ่ายการทำสงครามอิหร่าน แต่เขาตั้งคำถามกลับมาว่า คำถามที่แท้จริงคือ “อะไรคือต้นทุนของอิหร่านในการได้มาซึ่งอาวุธนิวเคลียร์?” ในขณะที่ยอมรับว่านโยบายเช่นนั้นมาพร้อมต้นทุน
    .
    เดอะฮิลล์รายงานว่า จอห์น ทูน (John Thune) สว.รัฐเซาท์ดาโกตาของพรรครีพับลิกัน ผู้นำเสียงข้างมากประจำสภาสูงสหรัฐฯแสดงความเห็นว่า
    .
    “พวกเราต้องการทำให้มั่นใจว่า พวกเราทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อเติมสต็อกอาวุธ เติมกระสุนจำนวนมากของพวกเราที่ได้หดหายไป ไม่ใช่แค่ที่กำลังเกิดขึ้นกับอิหร่านแต่ก่อนหน้านั้นด้วย”
    .
    แต่ทว่าการของบเพิ่มเติมของเพนตากอนนั้นเกือยต้องเกิดปัญหาจากบรรดาสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯที่ปฎิเสธจะสนับสนุนการนำอเมริกาเข้าสู่สงครามของทรัมป์ และกำลังลังเลที่จะให้งบเพิ่มแก่เพนตากอนในช่วงเวลาที่อเมริกันชนหาเช้ากินค่ำกำลังเผชิญวิกฤตหนักกับค่าครองชีพพุ่งสูงในประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/1CzPbnTxW3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    งานเข้ารัวๆ! “ปูติน” สั่งถอน "ระบบป้องกันภัยทางอากาศ" จากแนวรบ เพื่อปกป้องมอสโกหลัง “เซเลนสกี” ส่งโดรนพลีชีพเผาโรงกลั่นน้ำมัน
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์ - ระบบต่อต้านอากาศยาน Pantsir ของใหม่มาพร้อมระบบปืนถูกติดตั้งบนตึกใกล้โรงกลั่นน้ำมันหลักของกรุงมอสโกสัปดาห์ที่แล้ว เกิดขึ้นหลังกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อโดรนพลีชีพยูเครนยบุกโจมตีเผาโรงกลั่นน้ำมันทำฝนดำตกจากฟ้า
    .
    เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันนี้(23 มิ.ย)ว่า เคียฟได้เพิ่มมาตรการใช้โดรนโจมตีรัสเซียหนักหน่วงมากขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียที่เป็นแหล่งรายได้ให้เครมลินสามารถมีเงินเพื่อทำสงครามกับยูเครน
    .
    ปัจจุบันกรุงมอสโกถูกปกป้องโดยระบบยิงต่อต้านภัยทางอากาศไม่ต่ำกว่า 100 ตัว และระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ Pantsir จำนวน 50 ตัว อ้างอิงจากผู้บัญชาการระดับสูงยูเครน โรเบิร์ต บรอฟดี(Robert Brovdi)
    .
    การตัดสินใจในการเคลื่อนระบบป้องกันภัยทางอากาศจากแนวรบกลับมาที่กรุงมอสโกจากการที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ 3 ชั้นที่ใช้อยู่เดิมนั้นล้มเหลวปล่อยให้โดรนยูเครนสามารถผ่านเข้ามาได้และสร้างความอับอายขายหน้าต่อผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน
    .
    ในวันจันทร์(22) ฝูงโดรนโจมตีสนามบินหลัก 4 แห่งของกรุงมอสโกส่งผลทำให้ต้องมีการหยุดปฎิบัติการชั่วคราว
    .
    และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝูงโดรนโจมตีกรุงมอสโก ทำให้เกิดไฟไหม้ในเมืองหลวงและชานเมืองและทำให้ต้องมีคำสั่งอพยพที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว (Sheremetyevo airport)
    .
    โรงกลั่นน้ำมันมอสโกโดนโจมตีเมื่อวันที่ 19 พ.ค ที่ผ่านมา และโรงกลั่นน้ำมัน Ryazan เมื่อวันที่ 15 พ.ค ที่คิดเป็นเกือบ 5% ของจำนวนการกลั่นของรัสเซีย
    .
    ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันเพิร์ม( Perm )ที่มีการกลั่นน้ำมัน 12.6 ล้านเมตริกตัน ในปี 2024 ต้องหยุดการทำงานเมื่อวันที่ 7 พ.ค หลังโดรนโจมตีทำให้เกิดไฟไหม้และเครื่องมือเสียหาย
    .
    กลายเป็รผลกระทบที่เพิ่มมากขึ้นต่อภาคส่วนพลังงานรัสเซียที่ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักในการทำเงินเพื่อให้เครมลินทำสงครามยูเครน
    .
    เดลีเมลรายงานว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี เพิ่มการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเพื่อกดดันรัสเซียให้ต้องเจรจายุติสงคราม

    https://www.facebook.com/share/p/18YTxdCV9R/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวใหญ่และถือเป็นข่าวด่วนของวันนี้ครับ ฮุนเซนไปจีนปั๊บ สหรัฐฯจัดชุดใหญ่ให้ทันที

    > ขึ้นบัญชีดํายี่สิบหกหน่วยงานในกัมพูชา

    > ขึ้นบัญชีดําธนาคารระดับมหาชนในกัมพูชา

    > ยึดข้อมูลคลาวด์ ของกลุ่มฮุยวัน ของฮุนเซน เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานการกระทําความผิด

    > รัฐบาลทรัมป์ ประกาศจะทําสงครามกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนั่นหมายถึงประเทศกัมพูชาครับ

    เรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญครับ เป็นสิ่งที่เรามักจะเห็นอยู่แล้ว เมื่อผู้นําของประเทศใดก็ตาม เดินทางไปจีน ทางสหรัฐฯจะมีจังหวะแถลงข่าวเสมอครับ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าตอนนี้กัมพูชาหันไปพึ่งทางจีนในหลากหลายด้าน มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้ไปดูกันครับ

    ข่าวล่าสุดทางการสหรัฐฯตัดสินใจแบน 26 บริษัทในกัมพูชา หลังจากตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ส่งผลเสียต่อสหรัฐฯ

    ในบรรดา 26 หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีดำ มีธนาคารซีซียู คอมเมอร์เชียล แบงก์ จำกัด (มหาชน) รวมอยู่ด้วย

    กระทรวงยุติธรรม ของสหรัฐฯ ยังประกาศการยึดบัญชีคลาวด์ที่ใช้โดยบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทฮุยโอเน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ผู้ร้องเรียนรายงานว่าสูญเสียเงินไปกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการฉ้อโกงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลในปี 2025 เพียงปีเดียว

    สําหรับรายละเอียดอื่น ๆ และผลกระทบต่าง ๆ เดี๋ยวต้องรอข่าวนะครับ นี่เป็นข่าวเบรคกิ้งนิวส์จากทางต่างประเทศ

    https://kiripost.com/stories/us-hit...anage-chen-zhis-dirty-finances-with-sanctions

    https://www.facebook.com/share/1Npc7nwm9j/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โครงการกัมพูชาช่วยกัมพูชา แบนสินค้าไทย ใช้ของที่ผลิตในกัมพูชา ของคนกัมพูชา เพื่อคนกัมพูชา ส่อล้มเหลว เผยส่วนใหญ่โกงกันเอง คนกัมพูชาลึก ๆ แล้วยังลืมคุณภาพสินค้าไทยไม่ได้
    .
    .
    .
    เนื่องจากในข้อเท็จจริงคนที่ทําธุรกิจอยู่จะรู้อยู่แล้วครับว่า สินค้าสามารถทดแทนกันได้ แต่มันต้องใช้เวลาและเงินทุน

    การที่จู่ๆสินค้าที่มีคุณภาพหายไปจากตลาด แล้วก็หายไปในหลากหลายหมวดและหลากหลายประเภท สินค้าทดแทนไม่สามารถแทนสินค้าที่ขาดหายไปได้ เรื่องนี้ส่งผลกระทบหลากหลายครับ เช่น รสชาติของอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีอยู่ก็ต้องเปลี่ยน เมื่อเปลี่ยนก็มีความเสี่ยงกับผู้บริโภค

    ตรงนี้เข้าใจได้ครับ มันไม่ใช่โครงการที่ทําให้เห็นกําไร แต่มันเป็นนโยบายหลังจากไทยมีกรณีพิพาทกับกัมพูชา ซึ่งอาจจะไม่เรียกว่านโยบายก็ได้ครับ แต่เรียกว่า #มาตรการตอบโต้

    ผลกระทบที่เราเคยรายงานไปแล้ว เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น มีเชลฟ์ที่ว่าง เกือบ ห้าสิบ สาขา นั่นก็เพราะสินค้าทดแทนไม่สามารถผ่านมาตรฐาน ขึ้นมาวางบนเชลฟ์ได้

    ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคก็มีการสวมรอยค่อนข้างเยอะครับ จับกันได้หลายเคส เช่น นำฉลาก อุตสาหกัมพูชามาแปะทับ รวมไปถึง เฉพาะฉลาก เป็นภาษา กัมพูชา แต่สั่งผลิตจากฝั่งไทย นําไปรีแพ็คเกจ

    ในด้านสินค้าแปรรูป ตรงนี้กัมพูชาตามหลังประเทศไทยค่อนข้างเยอะครับ ส่วนหนึ่งเพราะไทยทําเป็นสินค้าส่งออกมายาวนาน ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทางกัมพูชาตามไม่ทัน แต่มีความจําเป็นต้องผลิตสินค้า เข้ามาในตลาดจากการหายไปของสินค้าฝั่งไทย จึงมีหลายยี่ห้อใส่สารเคมีเกินที่กําหนด เพื่อให้สามารถคงสภาพตามมาตรฐานได้ ตอนนี้โดนจับกุมหลายโรงงานแล้วครับ เป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งของกัมพูชา

    กลับมาดูเรื่องผลไม้กันบ้างครับ ในส่วนของมะม่วงหิมพานต์ อันนี้ถือว่ากัมพูชาประสบความสําเร็จครับ เพราะว่าเขาปลูกเพื่อจําหน่ายส่งออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อมีออเดอร์เพิ่มขึ้นจากทางญี่ปุ่น จึงทําให้ธุรกิจในส่วนนี้ค่อนข้างดีครับ

    แต่ในด้านทุเรียน ช่วงฤดูทุเรียนใหม่ๆ ทางกัมพูชามีการประชาสัมพันธ์สายพันธุ์กําปอต ซึ่งเขาเคลมว่ามีรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร หลัก ๆ คือเคลมว่าอร่อยกว่าทุกสายพันธุ์จากประเทศไทยครับ

    แต่หลังจากจำหน่ายไป 2 เดือนกว่า กลับมีผู้สื่อข่าวทำสกู๊ปพร้อมหลักฐานโดยได้รับข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าตามชายแดนว่า ทุเรียนกำปองที่โฆษณาว่าปลูกในกัมพูชาเพื่อคนกัมพูชานั้นเป็นทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย ฝั่งจันทบุรีครับ และเมื่อข่าวนี้ถูกนำเสนอ สร้างความโกรธแค้นให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะก่อนที่จะรู้ข่าว มีประชาชนนำไปทำคลิปสั้นลงโซเชียล โดยเป็นการรับประทานให้ดู พร้อมการบรรยายว่าอร่อยมาก อร่อยที่สุด แต่ที่คนเหล่านั้นทำคลิปเป็นทุเรียนจากจันทบุรีของไทยครับ ตอนนี้จึงมีการลบคลิปทุเรียนกำปอต ออกจากโซเชียลเป็นจํานวนมาก

    ด้านเนื้อปลาแซลมอนเราข้ามไปนะครับ ในข่าวก็บอกแล้ว ซึ่งเคสแบบนี้ก็เคยเจอในประเทศไทยเหมือนกัน

    แน่นอนครับว่ามีสินค้าในหลายประเภทที่เอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้ แต่ก็ยังมีสินค้าอีกมากมายครับ โดยเฉพาะสินค้าที่มีรสชาติเฉพาะ มีคุณลักษณะเฉพาะ หรือสิทธิบัตรเฉพาะ รวมไปถึงรางวัลต่าง ๆ ตรงนี้ไม่สามารถทดแทนกันได้ ในระยะเวลาอันสั้นแน่นอนครับ

    ทำไมถึงเจ๊ง

    https://www.facebook.com/share/p/1Pcs9NLz6w/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #เจ็บใจ กัมพูชาช่วยกัมพูชา
    แคมเปญที่ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมความแข็งแรง แข็งแกร่งในเศรษฐกิจและธุรกิจในระดับท้องถิ่นจนไปถึงระดับประเทศกลับถูกทรยศ โดยพ่อค้าและนักลงทุนชาวกัมพูชาด้วยกันเอง

    โดยเรื่องนี้กลายเป็นเรื่อง ครั้งใหญ่เพราะ มันทับซ้อนกัน จนเป็นไวรัลในกัมพูชาตอนนี้ครับ

    1. สินค้าด้านทําความสะอาดในบ้าน เดิม ยี่ห้อ เป็ด เป็นที่นิยมในกัมพูชา เนื่องจากใช้งานได้ดี หลังจากเกิดการแบนสินค้าไทย จึงมียี่ห้อใน กัมพูชาออกมาวางขายครับ แต่ผู้บริโภคกลับพบว่าบาร์โค้ด ผลิตในประเทศไทย กลายเป็นว่า จ้างบริษัทจากฝั่งไทยผลิตแต่นําไปแปะฉลากเป็นภาษากัมพูชาเพื่อจําหน่าย

    2. ทุเรียนกำปอต
    มีการโฆษณาและส่งเสริมทุเรียนสายพันธุ์กำปอง ซึ่งมีการโฆษณาว่ารสชาติอร่อย และไม่เหมือนใครของกัมพูชา หลังจากมีการโปรโมตและประชาชนช่วยกันอุดหนุน กลับมีข่าวออกมาภายหลังว่า เป็นทุเรียนจากประเทศไทย
    นํามาหลอกขาย ที่สําคัญคนที่ซื้อไปแล้วยังไม่รู้กลับนําไปทําคลิปโปรโมทถึงความอร่อยเป็นจํานวนมาก ซึ่งตอนนี้ไล่ลบ คลิปกันอยู่หลังจากถูกเปิดเผยว่าเป็นทุเรียนนําเข้าจากไทย

    3. แซลม่อนซาซิมิ
    อย่างที่รายงานไปแล้วครับว่า ร้าน ที่จะจำหน่ายแบบเดลิเวอรี่รวมไปถึงร้านที่จำหน่ายในร้านค้า ถูกจับกุมได้หลายรายและรับสารภาพแล้วว่าสั่งปลาเทราจากเวียดนาม จากนั้นชำแหละในร้าน แล้วบอกลูกค้าว่าเป็นแซลม่อน ตอนนี้โดนกวาดล้างอยู่ครับ

    4. อาหารแปรรูป อาทิ ลูกชิ้นไส้กรอก
    อย่างที่ทางเพจได้รายงานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับว่า มีการใช้เคมีและสารปลอมปน ซึ่งหากบริโภคแล้วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเป็นแบรนด์ของกัมพูชาผลิตในกัมพูชาเอง แถมยังได้รับการโปรโมตจากภาครัฐในฐานะสินค้ากัมพูชา คุณภาพดีด้วยครับ

    5. ซอสและเครื่องปรุงอาหารต่างๆ
    สําหรับในหัวข้อนี้ มีหลากหลายเรื่องราวเลยครับ ทั้งสินค้าของกัมพูชาเองที่พยายามเคลมว่า มีรสชาติเหมือนกับแบรนด์ของไทย แต่พอนํามาใช้เป็นคนละเรื่อง

    รวมถึงมีข่าวซอสแบรนด์หนึ่งของไทย ถูกยึดแต่นําสินค้าภายในมาผสม แล้วบรรจุเป็นสินค้าของกัมพูชาอีกด้วยครับ

    ในส่วนของเครื่องปรุงมีข่าวที่ค่อนข้างหลากหลายครับ เพราะว่าเป็น ความนิยมแต่เดิมของคนกัมพูชาที่ชอบใช้เครื่องปรุงอาหาร เครื่องปรุงรสต่าง ๆ จากฝั่งไทย
    .
    .
    .
    "เพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ การดำเนินการอย่างเร่งด่วนของคณะผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งกัมพูชา (CAC) ในการเรียกเก็บค่าปรับหลายสิบล้านเรียลนั้น ถือเป็นแสงแห่งความหวัง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทางการต้องเพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เฉพาะเมื่อเกิดการระบาดเท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการเองก็ต้องจำไว้ว่า "ความซื่อสัตย์คือลมหายใจของธุรกิจ" หากปราศจากจิตสำนึกและจริยธรรม ไม่เพียงแต่ธุรกิจของพวกเขาจะล่มสลายเท่านั้น แต่ยังจะทำลายเศรษฐกิจของชาติทั้งหมดอีกด้วย"

    https://kbn.news/archives/383370

    https://www.facebook.com/share/p/1BQYtyPyLC/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บริษัทยูนิลีเวอร์ถูกทางการกัมพูชาเรียกพบ หลังจากมีชาวเน็ตจํานวนมากถ่ายภาพสินค้า ที่ผลิตและจําหน่ายโดยบริษัทยูนิลิเวอร์กัมพูชา โดย มีสินค้าที่ขึ้นรหัสบาร์โค้ด 885 ซึ่งแสดงว่าเป็นสินค้า ของไทย

    ทางยูนิลิเวอร์กัมพูชาชี้แจงแบบภาคธุรกิจ คือเขาอธิบายกลไกของสินค้าคงคลังซึ่งต้องมีการหมุนเวียนไป จนกว่าจะถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย ซึ่งในส่วนของการผลิตที่ไหน ตรงนี้ทางยูนิลิเวอร์ เขามีกระบวนการของตัวเองครับ เพราะมีโรงงานกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วโลก

    ดังนั้นสินค้าที่ผลิตล่วงหน้า อาจจะผลิตที่ฝั่งไทยจริง แต่ในกระบวนการรับสินค้าเข้าถือว่าทําถูกต้องแล้ว

    ซึ่งตรงนี้ทางการกัมพูชายังไม่ยอมครับ จึงพยายามสอบถาม การดําเนินการต่อจากนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่นํากฎหมาย แบนสินค้าไทย มาเพื่อบีบให้ทางบริษัทวางกรอบใหม่ไม่ให้ขัดกับกฎหมาย

    ทางยูนิลิเวอร์กัมพูชา จึงให้คำมั่นสัญญาว่า จัดตั้งโรงงานผลิต สินค้าใน กัมพูชา ภายในปีนี้

    ทางการถามว่า ทั้ง 100 กว่าชนิด จัดตั้งโรงงานในกัมพูชาทั้งหมดใช่หรือไม่ ทาง ยูนิลิเวอร์ กัมพูชาไม่ตอบ ตอบเพียง เริ่มที่สินค้าบางตัว

    ~ สรุปก็คือทางการต้องการบีบบริษัทเอกชนให้ ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ของยูนิลิเวอร์ทั้งหมด ต้องตั้งโรงงานผลิตในกัมพูชาทั้งหมดเท่านั้น จึงจะพ้นข้อกล่าวหานี้ ~

    งานนี้สายข่าวเล่าว่า ในจังหวะหนึ่ง ทางการกัมพูชาพูดแรง ผู้ทํานองว่า ทางการอยากให้บริษัท ดําเนินการระยะยาวกับกัมพูชา แต่ควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสม (ลงทุนตั้งโรงงานผลิตในกัมพูชาทั้งหมด ทางกัมพูชาก็ได้เอกชนมาลงทุนเพิ่ม)

    ทางตัวแทนของยูนิลิเวอร์ เอ่ยออกมาว่า "เราเป็นบริษัทที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลกัมพูชา อันดับที่ 14 ของกัมพูชา"

    ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็เงียบไปเหมือนกันครับ เพราะถ้ากดดันมาก ทางเอกชนก็มีวิธี ดําเนินการเช่นกัน

    ปล. บริษัทยูนิลิเวอร์ กัมพูชา ถือหุ้นทั้งหมดหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์โดยบริษัทแม่

    https://kiripost.com/stories/unilev...products-and-eyes-local-manufacturing-by-2026

    https://www.facebook.com/share/17mSoPxRJD/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน !! อดีตนาย ผู้บัญชาการทหารเขมรระดับสูง นาย บุน ชาย (Nhek Bun Chhay) ประธานพรรคสหประชาชาติเขมร ประกาศจะยื่น +คำขาด+
    หากไทยไม่ยอมคืนดินแดนเขมรส่วนที่ยึด เขมร คืน +ตน+ จะใช้กำลังทางทหารเข้าไปยึดคืนเองและหากไทยยังไม่ยอมคืนก็จำเป็นต้องใช้ อาวุธหนักโจมตึ ++แบบไม่ไว้หน้า ++
    #มีคลิปกำลังแปล
    .
    โดยหลังจากคลิปนี้ ออกมาทำให้เป็นที๋ฮือฮาจากทางเขมรอย่างหนัก ที่มีระดับนายพลที่เป็นถึงอดีตผู้บังคับบัญชากองกำลังทหารเข้ามาเป็นแนวหน้า
    โดยมี ประชาชนบางกลุ่มพร้อมที่จะสนับสนุนและเข้าร่วมหากต้องการ +กำลังเสริม+ โดยคลิปนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 25.06.2569 ที่ผ่านมา
    ที่หมู่บ้าน รอคอย ขณะ เข้าเยี่ยมประชาชน ในพื้นที่

    #beemnews
    #Scambodia

    อ้างอิง จากสำนำข่าวของเขมร และมีคลิปกำลังแปล

    https://www.facebook.com/share/1BhaVWRLNw/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดคลิป !! อดีตนาย ผู้บัญชาการทหารเขมรระดับสูง เนียก บุน ชาย (Nhek Bun Chhay) ประธานพรรคสหประชาชาติเขมร ประกาศจะยื่น +คำขาด+
    หากไทยไม่ยอมคืนดินแดนเขมรส่วนที่ยึด เขมร คืน +ตน+ จะใช้กำลังทางทหารเข้าไปยึดคืนเองและหากไทยยังไม่ยอมคืนก็จำเป็นต้องใช้ อาวุธหนักโจมตึ ++แบบไม่ไว้หน้า ++
    #มีคลิปกำลังแปล
    .
    โดยหลังจากคลิปนี้ ออกมาทำให้เป็นที๋ฮือฮาจากทางเขมรอย่างหนัก ที่มีระดับนายพลที่เป็นถึงอดีตผู้บังคับบัญชากองกำลังทหารเข้ามาเป็นแนวหน้า
    โดยมี ประชาชนบางกลุ่มพร้อมที่จะสนับสนุนและเข้าร่วมหากต้องการ +กำลังเสริม+ โดยคลิปนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 25.06.2569 ที่ผ่านมา
    ที่หมู่บ้าน รอคอย ขณะ เข้าเยี่ยมประชาชน ในพื้นที่
    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/v/1Cmyfjykhw/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.7 MB
      เปิดดู:
      9
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “น้ำจิ้มซีฟู้ด” อ้างว่าแท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจาก “แจ่วส้ม” อาหารพื้นบ้านของลาว และไม่ควรมีการเคลมว่าเป็นต้นตำรับ... ห๊ะเลย !!!!
    ไม่มีทะเลแต่ อ้างมั่ว ดังแล้วสิ

    --------------------
    Sea = ทะเล
    Food = อาหาร
    --------------------
    เขาเลยเรียก Sea-Food = อาหารทะเล น้ำจิ้มที่ทำมาสำหรับอาหารทะเล
    .
    “คลิปนี้ก็ไม่มีอะไร จะมาขอพูดดักไว้ก่อน จะพูดเรื่องเกี่ยวกับอาหาร มีคนเคลมหลายสิ่งหลายอย่าง ลาวก็บอกว่าของลาว ไทยก็บอกว่าของไทย กัมพูชาก็บอกว่าของกัมพูชา ในคลิปนี้ผมจะมาพูดดักไว้ก่อน ว่าใครจะเคลมหรือไม่เคลมก็แล้วแต่
    .
    เรื่อง ‘แจ่วส้ม’ บ้านผมเรียกแจ่วส้ม ตำพริกแล้วก็เอาหอมและเครื่องปรุงผสมเข้าไป แล้วก็เอาหอยไปต้ม หรือเอาไปจิ้มกิน หรือต้มไก่แล้วก็เอากินกับข้าวเหนียว แล้วก็จิ้มกับต้มไก่..
    https://www.facebook.com/share/p/1JSZAu1pQX/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ในหนุ่ม (กดขำ = บาป) มือวางระเบิx ยังจำกันได้ไหม? ที่โดนจำคุกไป 14 ปี กรณีที่ถ่ายภาพแล้วลืม เอา PM-N2 ไปซ่อน ทำให้มีภาพติดในเฟรมถ่ายจนทำให้ ทางการเขมรต้องออกมาโต้แย้งโดยทำเป็นหนังสือ ออกประกาศด่วน !! ว่าเป็นภาพตัดต่อไม่เป็นความจริง #อภินิหารฮุนเซ็น
    .
    ในเช้าวันนี้นาย เซม xxxx น้อยชายได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงพี่ชายที่เสียชีวิตภายในคุกของ กัมพูชา อย่าปริศนาถึงศพสามีอ้างว่าป่วยกระทันชักและทางเรือนจำ ได้ช่วยเต็มที่แต่ปรากฏว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ . ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางครอบครัวพึงทราบข่าวและยังไมได้รับศพเนื่องด้วยทางการกัมพูชารอ ส่งพิสูจน์และเตรียมส่งคืน เพื่อประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาต่อไป

    #beemnews
    #Scambodia

    อ้างอิงจาก นักข่าวในกัมพูชาภาพและคลิปจะอัพเดทให้ดูพรุ้งนี้
    เอกสารในคอมเม้นคือแปลจากเอกสารเก่า เผื่อใครยังตามไม่ทัน

    https://www.facebook.com/share/p/1HJVqxqkxw/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประเทศไทยไม่ได้เห็นคุณค่าของคุณนะ "คิดให้ดีก่อนข้ามไปยังประเทศไทย" เพราะคุณอาจถูกทหารไทยหรือเจ้าหน้าที่ไทยทำร้ายหรือยิงได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่เห็นคุณค่าพวกคุณ"
    .
    โดยนักวิชาการและนักวิเคราะห์หลัก ของ เขมรได้ออกมาพูดยังรายการ BTV
    ที่มีข่าวว่าทางการไทยได้จับ เขมรแอบลักลอบเข้ามาบริเวรชายแดนทั้งนี้
    นาย หยาง โปว นักรัฐศาสตร์จากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา กล่าวว่า การข้ามพรมแดนเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายมีความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะผู้คนอาจถูกจับกุม ถูกข่มเหง และตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตระหว่างการข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย
    .
    กล่าวเสริม ดร. คิน เพี ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา ได้เตือนว่า แรงงานที่ข้ามพรมแดนเข้าไปทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย อาจเผชิญกับการถูกจับกุม การคุกคาม การเอารัดเอาเปรียบแรงงาน "ขอร้องแรงงานชาวกัมพูชาที่ยังดื้อรั้นและพยายามข้ามพรมแดนไปประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายเพื่อหางานทำ โปรดคิดทบทวนอีกครั้ง ผมอยากเน้นย้ำว่ามีงานในประเทศของเราเช่นกัน ดังนั้นโปรดหางานทำในกัมพูชา และเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพฟรีที่รัฐบาลจัดขึ้นโดยกระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพด้วย"

    ✅ อย่าเสือกไปเลี้ยงข้าวมันอีกละ.มีกำลังแล้วก็ส่งพิกัด ให้ทหาร
    กลับมายิv พี่น้องบ้านตัวเองต่อ เจริญ สาธุ

    อ้างอิง https://dap-news.com/national/2026/06/25/609450/

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/p/1HRC4NfV65/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มันเริ่มแล้ว! ทหารจีน สอนยิงปืนใหญ่รุ่นใหม่แก่กัมพูชา รุ่น SH-2 ขนาด 122 มม. ขนาดเล็ก, กระทัดรัด พิสัย 27 กม. (คลิปในคอมเม้น)

    FB_IMG_1782466190216.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1GdVo7gDmg/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,176
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่หวั่น"ฝนตกๆ ขนไปไหน"ตรวจพบทหารเขมร ขนยุทโธปกรณ์หนักกลางดึก ทั้งขีปนาวุธ Bm21 และ ปืนใหญ่ SH-1 ประชิดชายแดนไทย

    FB_IMG_1782466262745.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1BuGCmwLb2/
     

แชร์หน้านี้

Loading...