ปกิณกธรรม เรื่อง กรรมฐานสายพม่า

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 11 สิงหาคม 2026 at 20:06.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985

    ปกิณกธรรม เรื่อง กรรมฐานสายพม่า

    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์
    สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    (จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร)
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    มาเล่าถึงกรรมฐานสายพม่า ต้นกำเนิดก็คือปี ๒๔๙๙ บ้านเราได้รับเชิญจากพม่าไปทำสัตตสังคายนา ซึ่งพม่าเขาถือว่าเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๖ แต่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่การสังคายนาครับ มันแค่ตรวจแก้คำผิด

    แต่เราต้องยอมรับว่าการศึกษาทางสงฆ์ของพม่าก้าวหน้ากว่าบ้านเรามากเหลือเกิน โดยเฉพาะขั้นต้นของเขา ถ้าจบธัมมะจริยะ ซึ่งเทียบประโยค ๙ ของเรา ทุกรูปต้องเข้ากรรมฐาน ๔ เดือน ไม่อย่างนั้นไม่ให้จบ แล้วเหมือนกับบ้านเรา พอจบประโยค ๙ บังคับให้ปฏิบัติธรรม ๔ เดือน แต่บ้านเราไม่มี เขาต้องไปยืน ๑ เดือน นั่ง ๑ เดือน นอน ๑ เดือน เดิน ๑ เดือน ก็แปลว่าถ้าจบธัมมะจริยะของพม่า สามารถเป็นพระวิปัสสนาจารย์ได้ทุกรูป

    มูลเหตุแรกเลยที่ผมไปพม่าตั้งใจจะไปดูครับ ก็คือเขาส่งข่าวมาว่าที่พม่าแต่ละวัดอยู่กันเป็นร้อย ๆ ถ้าเป็นสำนักเรียนก็หลายร้อยถึงหลายพัน ผมแค่อยากรู้ว่าบ้านเรานี่ ๓ รูป ๕ รูป จะตีกันตาย แล้วบ้านเขาอยู่กันเป็นร้อยเป็นพันอยู่ได้อย่างไร ? ปรากฏว่าเขาอยู่ได้ด้วยการศึกษาครับ เรียนหนักมาก ท่องหนังสือกันหูดับตับไหม้ ชนิดไม่มีเวลาไปทะเลาะกับใคร แล้วถามว่าทำไมต้องเรียน ? ถ้าไม่เรียน สึก แล้วคนพม่าผู้ชายถ้าสึก ต้องเป็นทหารออกรบ โอกาสตายมีสูงมาก เพราะฉะนั้น วิธีรอดก็คือหนีไปบวช ถ้าบวชแล้วเขาไม่ยุ่งด้วย เพราะว่าคณะสงฆ์พม่าเข้มแข็งมาก เนื่องจากว่าเป็นผู้นำในการประท้วงจนได้เอกราชคืนจากอังกฤษ พระพม่าก็เลยมีฐานะที่สูงส่งมาก เหมือนอย่างกับเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงครับ พวกตำรวจ ทหาร นักการเมืองเป็นผู้ปกครองตัวปลอม ชาวบ้านเขาเชื่อพระมากกว่า

    ผมไปเมืองใหญ่ ๆ อย่างมัณฑะเลย์ เมืองแปร ผมเห็นพระเดินอาด ๆ เต็มถนนเลย ผมว่าทำไมนักเลงแท้ ปรากฏว่าไม่เพียงแค่นั้นครับ วัดหรือว่าบ้านไหนถ้าจัดงานใหญ่ ๆ แล้วกลัววัยรุ่นจะตีกัน ต้องนิมนต์พระไปเป็นรปภ.ครับ ถ้าวัดไหน หรือว่าบ้านไหนที่จัดงานแล้วนิมนต์พระไปเป็นรปภ. รับรองไม่มีเรื่องตีกัน เด็ดขาดกว่าทหารตำรวจอีก เพราะว่าพระพม่ามีสิทธิ์ตีญาติโยมได้เหมือนครูตีเด็กเลย คำพูดทุกคำที่ใช้กับญาติโยม ใช้มึงกู เหมือนเจ้านายพูดกับลูกน้อง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    เอาเรื่องการบวชของพระพม่าก่อน ก่อนที่จะบวช นาคจะต้องไปหาผู้สนับสนุนตนเองให้ได้อย่างน้อย ๑๕ ครอบครัว ก็คือ ๑๕ ครอบครัวนี่ต้องรับปากว่าจะใส่บาตรให้ทุกวัน ผมถามว่าทำไมต้อง ๑๕ ครอบครัว ? เขาบอกว่าความจริง ๕ ครอบครัวก็พอฉันแล้ว แต่เผื่อบ้านโน้นติดธุระ บ้านนี้ติดธุระ ๑๕ ครอบครัวถือว่าปลอดภัยที่สุด ก็คือต้องมีอย่างน้อยสัก ๕ ครอบครัวที่ใส่บาตรให้ทุกวัน แล้วต้องมีโยมอุปัฏฐาก ๒ คน โยมอุปัฏฐากเป็นผู้ที่รับปากว่าพระจะขอได้ทุกอย่าง แล้วในหนังสือสุทธิพระพม่า จะมีชื่อโยมอุปัฏฐาก อยู่อย่างชัดเจนเลย ระบุไว้ชัดมาก

    บ้านเราเรื่องของการบวช เรื่องของการออกหนังสือสุทธิยืนยันสถานะพระภิกษุสามเณร เราทำในคณะสงฆ์ทั้งหมด มาระยะหลังถึงได้มีบัตรประชาชนพระ แต่ทางพม่านี่ คณะสงฆ์บวช รัฐบาลออกหนังสือสุทธิ

    พอถึงวันเข้าพรรษา เจ้าหน้าที่ก็จะไปแต่ละวัด ใครเป็นพระเก่า เณรเก่า มีหนังสือสุทธิแล้ว เอ้า แยกออกไป พระใหม่เณรใหม่ เรียกเจ้าอาวาสมาสัมภาษณ์ทีละคน ลูกเต้าเหล่าใคร ? บวชที่ไหน ? ใครเป็นพระอุปัชฌาย์ ? ใครเป็นคู่สวด ? ใครเป็นโยมอุปัฏฐาก ? จดรายละเอียดไว้หมด หลังรับกฐินแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้ามาสำรวจอีกทีหนึ่ง ถ้ายังอยู่จะออกหนังสือสุทธิให้ แล้วก็ตัดชื่อทิ้งไป

    แล้วถามว่าถ้าในระหว่างที่ยังไม่ได้หนังสือสุทธิ มีอะไรเป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่ใช่พระปลอม ? ก็จะมีกระดาษ อาจจะสมุดฉีก หรือไม่ก็สมุดนักเรียนบ้านเรานี่แหละ ฉีกมา ๑ หน้า พระอุปัชฌาย์จะเขียนรับรองให้ว่า ข้าพเจ้า พระนั่นนี่ เป็นพระอุปัชฌาย์อยู่ในเขตเมืองนั้นเมืองนี้ ทำการอุปสมบทให้กุลบุตรชื่อนี้ มีคู่สวดชื่อนี้ มีโยมอุปัฏฐาก วันเดือนปี เวลาที่อุปสมบท แล้วก็เซ็นชื่อประทับตราอุปัชฌาย์ เขาเรียกหนังสือรับรอง ดูแล้วดูไม่ได้เลยครับ เพราะบางทีก็เป็นสมุดฉีก บางทีก็ฉีกมาจากสมุดนักเรียนนี่แหละครับ ไม่มีการพิมพ์แบบบ้านเรา คือบ้านเขาค่อนข้างจะล้าหลังมาก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    คราวนี้ เมื่อบวชเข้ามาแล้วต้องศึกษาทุกคน เพราะเขาบังคับเลย เดี๋ยวเรื่องสนุกจะอยู่ตอนท้าย ๆ ครับ บังคับเรียน ทุกรูปต้องดิ้นรน เพื่อให้จบอย่างน้อยธัมมะจริยะ ถ้าเป็นบ้านเราคือประโยค ๙ ครับ ถามว่าทำไมต้องดิ้นรนเรียนขนาดนั้น ? ทางด้านพม่า ญาติโยมเขาเคารพพระคนละอย่างกับเรา บ้านเราเคารพตรงพระขลัง พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทางพม่าเคารพพระตรงเรียนสูง เขาเรียกสุตตพุทธะ ผู้รู้พระสูตร ถือเป็นพระพุทธเจ้าประเภทหนึ่งเลยนะครับ เพราะว่าคุณเรียนแล้วท่องจำพระสูตรได้ เขายกเป็น "สุตตพุทธะ" เลยครับ บ้านเรามีอะไร "สัมมาสัมพุทธะ" "ปัจเจกพุทธะ" "อนุพุทธะ" พม่ามี "สุตตพุทธะ" เพิ่มขึ้นมา "ผู้รู้พระสูตร"

    เมื่อจบประโยค ๙ ของเขา ซึ่งมี ๘ ชั้น แล้วยังมีการเรียนต่อบาลีปารคู ใช้ภาษาบาลีสื่อสารในชีวิตประจำวัน เหมือนเราพูดคุยกันธรรมดานี่แหละครับ แต่ละคนนี่คล่องปรื๋อเลย ท่านอาจารย์ใหญ่ยานิกะ พูดภาษาอังกฤษสำเนียงพม่า ผมฟังไม่รู้เรื่อง แกพูดบาลีมาผมฟังได้เยอะกว่า แกก็เลยล่อบาลีตลอด ผมก็ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ก็มั่วไปเรื่อย ก็คุยกันรู้เรื่องเหมือนกันนะครับ

    พอจบบาลีปารคู ซึ่งถ้าแปลก็คือผู้ถึงฝั่งแห่งบาลี เพราะสามารถเป็นนายบาลีเอามาใช้งานได้ เขายังมีการสอบผู้ทรงพระไตรปิฎก ผู้ทรงพระไตรปิฎกของเขาก็คือต้องท่องพระไตรปิฎกได้ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ มีการสอบทุกปีครับ ผมไปดูอยู่ ๕ ปีติดกัน แต่ละปีเข้าสอบ ๓๐ - ๔๐ รูป ไม่รู้ดวงผมซวยหรือเปล่า ไปดูอยู่ ๕ ปี ตกเรียบทั้ง ๕ ปีเลยครับ ไม่มีผ่านเลย ถึงเวลาคุณมั่นใจว่าท่องได้แน่นอน ไปขอลงชื่อสอบ เวลาสอบคือ ๑ เดือน ก็คือ ๓๐ วันถ้วน ๆ

    ผู้เข้าสอบแต่ละคนจะมีมหาเถระรูปหนึ่งนั่งเป็นประธานอยู่ เขาจัดเป็นแท่น มีเก้าอี้พระมหาเถระนั่งอยู่ แล้วก็มีโยมที่จบธัมมะจริยะแล้ว ๒ คน ที่สึกหาลาเพศไป เหมือนบ้านเราเป็นไอ้ทิดประโยค ๙ คอยประกบข้างอยู่ทวนหนังสือ คุณนั่งท่องไปเลย จะเริ่มพระสูตร หรือพระอภิธรรม หรือพระวินัยอะไร เริ่มอันไหนก่อนได้ทั้งนั้น ท่องไป ๆ ๆ ถ้าจะเข้าห้องน้ำ โยม ๒ คนคุมไปครับ ไม่มีสิทธิ์จะแวบไปเปิดตำราดูที่ไหนได้เลย เข้าห้องน้ำห้องท่าเสร็จ คุณกลับมาที่เดิม ท่องต่อ

    มีน้ำชาถวายอยู่ ๒ กา บ้านเขาเป็นกาแบบที่มีหลอดแก้วซ้อนอยู่ข้างใน การุ่นเก่า ๆ บ้านเรา แล้วส่วนใหญ่คนพม่าชงชา ใส่ใบชาลงไปแล้วก็เทน้ำร้อนลงไปเลย ถามว่าจะกินอย่างไร มันเอาบวบ บวบบ้านเราที่มันแก่ ๆ เอามาบีบข้างใน ทำความสะอาดแล้วก็มาอุดจุกไว้ ถึงเวลาก็เท ไอ้รังบวบมันจะกรองใบชาไว้ครับ น้ำชาก็ลงแก้วไป

    ถึงเวลาเพล โยมไปเอาข้าวมาประเคน ไม่ต้องไปไหนเลยครับ อยู่ตรงนั้นแหละ ฉันตรงนั้นแหละ เสร็จเรียบร้อยชักผ้าคลุมหัวนอนตรงนั้นแหละ นอนเสร็จตื่นขึ้นมาท่องต่อ จะสรงน้ำ โยมสองคนคุมไป จะเปลี่ยนผ้า โยมเอาผ้าไปซักให้ เดือนหนึ่งไม่ต้องไปไหนครับ อยู่ตรงแท่นนั่นแหละ เขาไปสอบกันที่เจดีย์กาบาเอ ผมไปดูอยู่ ๕ ปี ตกเรียบทั้ง ๕ ปีเลย
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,207
    ค่าพลัง:
    +26,985
    พอดีผมไปเจอพระมหาเถระรุ่นเก่า ๆ ที่ท่านจบพระไตรปิฎก คือท่องได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์จริง ๆ เขาจะมียศต่อท้ายว่าตรีปิฎกธร (ตรี -ปิ-ดก-ทะ-ระ) หรือ (ตรี -ปิ-ดก-ทอน) ผู้ทรงพระไตรปิฎก ที่ผมไปเจอคือหลวงปู่ชฏิละ เจ้าอาวาสวัดชุยยีเซาที่มัณฑะเลย์ ไปรบกวนท่านทุกครั้ง ถึงเวลาไปขอนอนที่วัดท่าน

    คราวนี้ รุ่นหลัง ๆ ความจำมันเสื่อม ท่องรวดเดียวไปไม่ค่อยรอด เขาก็เลยให้เก็บทีละปิฎกได้ ตอนนี้ มีพระไทยอยู่รูปหนึ่ง ชื่อท่านวิชโย เขาบอกแต่ฉายา ที่โน่นเขาเรียกวิสะยะ ก็คือวิชัย บ้านเรานี่แหละ คนไทยนี่แหละ เรียนอยู่สำนักมหากันตยงค์ เก็บพระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ได้แล้ว กำลังต่อพระสูตรกับพระอภิธรรมอยู่

    ปัจจุบันนี้มีผู้ทรงพระไตรปิฎกของพม่าอยู่ ๙ รูปพอดี มีอยู่ปีหนึ่ง มาที่มหาชัยครับ เจ้าประคุณเอ๊ย คนพม่าที่ทำงานในประเทศไทย แห่กันไปมืดฟ้ามัวดิน ๔ - ๕ แสนคน เพราะเขาถือว่าเหมือนพระพุทธเจ้าเดินดิน ก็คือสามารถแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ได้ โกยเงินกลับไปนับไม่ได้เลยครับ คนพม่านี่เขาทำบุญ เขาทำอย่างชนิดไม่คิดถึงพรุ่งนี้ มี ๑๐ บาท ก็ทำ ๙ บาทครับ เดี๋ยวเราทำวัตรรอบแรกก่อนครับ เรื่องพวกนี้เล่าให้ฟัง ๓ วัน ๓ คืนก็ไม่จบครับ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    ปกิณกธรรม (มัชฌิมาปฏิปทาและการรักษากำลังใจ)
    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...